간행물

한국태국학회> 한국태국학회논총

한국태국학회논총 update

Journal of Korean Association of THAI Studies

  • : 한국태국학회
  • : 사회과학분야  >  정치/외교학
  • : KCI등재
  • :
  • : 연속간행물
  • : 반년간
  • : 1598-236x
  • :
  • :

수록정보
수록범위 : 1권0호(1988)~29권1호(2022) |수록논문 수 : 342
한국태국학회논총
29권1호(2022년 08월) 수록논문
최근 권호 논문
| | | |

다운로드

(기관인증 필요)

초록보기

본 연구는 태국 내 대학교 한국어과 졸업생을 대상으로 한국어 전공 교육과정과 관련한 요구조사를 실시하여 졸업생들의 보다 실질적이고 유의미한 요구 사항을 반영한 한국어 전공 교육과정의 설계 방안을 제시하였다는 데 의의가 있다.
1장에서 연구의 목적 및 필요성을 제시 및 연구 대상과 연구 방법을 다루었으며, 2장에서는 태국 내 한국어 교육 현황과 태국 대학의 한국어 전공 교육과정을 통해 태국 내 한국어 교육의 내용 및 실태 등에 대해 알아보았다. 3장에서는 한국어 전공 졸업자를 대상으로 한국어 전공 교육과정 개선을 위한 요구조사를 실시하였다. 이를 바탕으로 4장에서 기존 한국어 전공 교육과정의 문제점을 알아보고 개선 방안에 대해 살펴보았다. 5장에서는 4장의 요구분석을 통해 교육과정의 구체적인 목적 및 목표를 설정하고 교육과정 구성 및 교육 내용을 바탕으로 한국어 전공 교육과정의 실제를 제시하였다. 향후 태국의 한국어 전공 교육과정과 관련하여 비즈니스, 산업 한국어와 같은 직업목적의 교육과정에 중점을 둔 한국어 전공 교육과정 연구가 더 활발히 이루어져야 할 것으로 보인다.


This study is meaningful in that it suggested the Korean language curriculum design plan that reflects the more practical and meaningful needs of graduates by conducting a curriculum-related request survey targeting graduates of the Korean language department at universities in Thailand.
In Chapter 1, the purpose and necessity of the study was presented, research subjects and research methods were dealt with. In Chapter 2, the current status of Korean language education in Thailand and the contents and actual conditions of Korean language education in Thailand through the Korean language curriculum at Thai universities were investigated. Chapter 3 conducted a survey on the needs for improvement of the Korean language curriculum for Korean language major graduates. Based on this, the problems of the existing curriculum were investigated and improvement measures were investigated in Chapter 4. Chapter 5 sets the specific purpose and goal of the curriculum through the needs analysis in Chapter 4, and presents the actual curriculum based on the curriculum structure and content. In the future, with respect to the Korean language curriculum in Thailand, it seems that curriculum research focusing on vocational curriculum such as business and industrial Korean should be conducted more actively.

KCI등재

저자 : 옹지인 ( Ji In Ong )

발행기관 : 한국태국학회 간행물 : 한국태국학회논총 29권 1호 발행 연도 : 2022 페이지 : pp. 57-89 (33 pages)

다운로드

(기관인증 필요)

초록보기

This article examines how Buddhist religious activities, believed by most of Thais, were carried out in the era of the corona pandemic. Buddhist religious activities could still be continued even in the era of the corona pandemic with governments supports. Although Buddhist religious activities somewhat limited, Thai government allowed Buddhist activities. There was a possibility of moving to non-face-to-face online places for religious activities. TV channels and SNS online live broadcasts were arose as an alternative religious place with governments supports. This is consistent with the predictions of previous studies that religious activities can move from physical space to online places. In Thailand, there has been no social criticisms of non-face-to-face gatherings of religious activities for Buddhism.
On the other hand, the moral responsibility of religion in the era of the corona pandemic has raised. Buddhist religious activity in Thailand has shown efforts to secure the moral responsibility of religion by conducting various campaigns for local communities that have been economically damaged. Food services were installed in some temples, and cabinets were also installed to share food and supplies. The residents nearby temple can directly planted vegetables in the temple area, so that they can bring it to their home, or return it to the temple. In addition, there was a campaign to develop a tourism and religious tourist destination for the local community and to share the knowledge based on agricultural activities passed down in the region, the local community's economy was revitalized and the psychological distance between the temple was narrowed.

다운로드

(기관인증 필요)

초록보기

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้วรรณคดี เรื่องราชาธิราช ตอนสมิงพระรามอาสาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการตามแนวของเมอร์ด็อค และ 2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ต่อการจัดการเรียนรู้ ด้วยกิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการตามแนวของเมอร์ด็อค กลุ่มตัวอย่าง คือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสตรีภูเก็ต ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 รวมทั้งสิ้นจำนวน 36 คน ซึ่งได้การสุ่มตัวอย่าง แบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ แผนการจัดการเรียนรู้เรื่องราชาธิราช ตอนสมิงพระรามอาสาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการตามแนวเมอร์ด็อค จำนวน 3 แผนแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้วรรณคดี เรื่องราชาธิราช ตอนสมิงพระรามอาสา และแบบสอบถามความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ ด้วยกิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการตามแนวของเมอร์ด็อค สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ การหาค่าเฉลี่ย การหาค่า ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าสถิติ t-test
ผลวิจัยพบว่า
1. ผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้วรรณคดี เรื่องราชาธิราช ตอนสมิงพระรามอาสาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1โดยใช้กิจกรรม การเรียนรู้แบบบูรณาการตามแนวของเมอร์ด็อค หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
2. ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ต่อการจัดการเรียนรู้ ด้วยกิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการตาม แนวของเมอร์ด็อคอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.25ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.94


The objectives of this research were to: 1) compare literature learning achievement on "Rachathirat: Saming Phra Ram Asa” of grade 7 students before and after the use of the Murdoch Integrated Approach; 2) study the satisfaction level of grade 7 students toward the Murdoch Integrated Approach. The samples used in this research were grade 7 students of the academic year 2021, 2nd Semester at Satree Phuket School and class 1, which consisted of 36 students who were selected by purposive sampling. The used instruments consisted of: 3 learning management plans for "Rachathirat: Saming Phra Ram Asa” of grade 7 students by using the Murdoch Integrated Approach, literature learning achievement test, and the satisfaction questionnaire of the Murdoch Integrated Approach. The statistics used for data analysis were mean, percentage, standard deviation and t - test. The results of the research can be summarized as follows;
1. The literature learning achievement on "Rachathirat: Saming Phra Ram Asa” of grade 7 students after taught by the Murdoch Integrated Approach were higher than before employing the methods which was significantly at the level .05
2. The satisfaction level of grade 7 students towards the Murdoch Integrated Approach was at high satisfying level (X= 4.25, S.D. = 0.94)

다운로드

(기관인증 필요)

초록보기

ตามสถิติการแต่งงานข้ามชาติของชาวเกาหลี มีจำนวนการแต่งงานข้ามชาติของคนเกาหลีกับคนไทยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยในการแต่งงานข้ามชาติดังกล่าวนี้ เพื่อให้สถานภาพของคนไทยที่แต่งงานกับคนเกาหลีได้รับการรับรองทางกฎหมายทั้งด้านการสมรส ตลอดจนการพำนักอยู่ในประเทศเกาหลีอย่างถูกกฎหมาย เพื่อที่จะได้เข้าสู่ระบบการคุ้มครองด้านสวัสดิการต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด จำเป็นต้องเข้าสู่กระบวนการขึ้นทะเบียนตามระบบของประเทศเกาหลี และต้องใช้เอกสารรับรองของคู่สมรสชาวไทยที่ออกโดยส่วนราชการของประเทศไทย บทความนี้จึงได้อภิปรายระบบการขึ้นทะเบียนเพื่อรับรองสถานภาพสมรสและการอนุญาตให้พำนัก ตลอดจนการขอสัญชาติตามการสมรส และเชื่อมโยงไปสู่ระบบการให้บริการด้านเอกสารต่าง ๆ ที่ออกโดยส่วนราชการไทยที่จำเป็นในการขึ้นทะเบียนดังกล่าว
จากการสำรวจความคิดเห็นชาวไทยที่ย้ายถิ่นฐานตามการสมรสในประเทศเกาหลี ตลอดจนการเปรียบเทียบกระบวนการออกเอกสารรับรองที่สำคัญที่ใช้ในการขึ้นทะเบียนดังกล่าวครั้งนี้พบว่าชาวไทยที่ย้ายถิ่นฐานตามการสมรสในประเทศเกาหลีส่วนใหญ่ประสบปัญหาความยุ่งยากในการดำเนินการด้านการขอเอกสารรับรองจากประเทศไทย 3 อย่าง ได้แก่ สูติบัตร หนังสือรับรองสถานภาพโสดและหนังสือรับรองความประพฤติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หนังสือรับรองสถานภาพโสดและหนังสือรับรองความประพฤติ โดยหนังสือรับรองสถานภาพโสดเป็นเอกสารที่มีขั้นตอนในการดำเนินการเพื่อรับรองความเป็นโสดของผู้ยื่นคำร้องที่ค่อนข้างยุ่งยากและซับซ้อนและยังมีข้อสังเกตุอีกด้วยว่าเป็นเอกสารที่ระบุไว้ว่าไม่มีความแน่นอนสมบูรณ์ ในขณะที่หนังสือรับรองความประพฤติ เป็นเอกสารที่มีขั้นตอนและเงื่อนไขด้านเอกสารประกอบการยื่นขอรับรองที่ยุ่งยาก ต่างจากการขอเอกสารเดียวกันนี้ของประเทศเกาหลีอย่างชัดเจน ซึ่งความแตกต่างของกระบวนการออกเอกสารรับรองที่สำคัญต่าง ๆ นี้ระหว่างประเทศไทยกับประเทศเกาหลี แสดงให้เห็นถึงระบบการจัดการด้านทะเบียนราษฎร์ของทั้งสองประเทศ กล่าวคือ ประเทศเกาหลีมีการจัดการด้านทะเบียนราษฎร์ที่เป็นระบบชัดเจน ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนด้านการรับรองสถานภาพต่าง ๆ ในขณะที่คนไทยที่ย้ายถิ่นฐานตามการสมรสในเกาหลียังคงประสบกับความยากลำบากในการขอออกเอกสารรับรองที่สำคัญต่าง ๆ โดยส่วนราชการ ที่สำคัญคือ มีผู้ที่ไม่ได้ดำเนินการจดทะเบียนสมรสและผู้ที่ไม่มีวีซ่าเนื่องจากปัญหาด้านเอกสารรับรองจากประเทศไทยด้วย ซึ่งนั่นหมายถึงการใช้ชีวิตในประเทศเกาหลีที่ไม่ราบรื่น ปัญหานี้อาจส่งผลกระทบทำให้เกิดภาพพจน์ในการมองระบบการทำงานด้านการออกเอกสารรับรองของไทยในแง่ลบ จึงควรมีแนวทางในการปรับปรุงระบบดังกล่าวเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนต่อไป


According to Korean transnational marriage statistics, there is an increasing number of transnational marriages between Koreans and Thais. The status of Thai marriage migrant women will not be legally certified both in terms of marriage as well as legally residing in Korea and able to enter the welfare system unless they registered in the civil registration system as a spouse of a Korean citizen. For the registration, many documents issued by the Thai government agencies are required for the objective of certifying the qualifications of the applicant. This article, therefore, discusses the registration system for certifying marital status and permission to stay as well as applying for citizenship according to marriage and links to the service system for various documents issued by Thai government agencies that are required for such registration
From the survey of Thai marriage migrants' opinions as well as a comparison of the process of issuing the required certification for the registration. It was found that majority of Thai immigrants in Korea faced difficulties in issuing 3 certificates from Thailand, a birth certificate, a certificate of unmarried status, and the certificate of the criminal background check. Especially the certificate of unmarried status and the certificate of criminal background check are certification documents that respondents answered that they faced the most difficulty in applying. applying. The unmarried status certificate is a document that the process for certifying the applicant's unmarried status is difficult and complicated. Moreover, it was noted that the document stated that it was not completely certain. While the certificate of criminal background check is a document that has complicated procedures and requires too many documents to prove the applicants. This is clearly different from the Korean request for the same document. The difference in the process of issuing various required documents between Thailand and Korea shows the citizen registration management system of both countries, that is, Korea has a systematic management of the citizen registration facilitating people in applying for their certification documents. On the contrary, Thai marriage immigrants in Korea still face difficulties in applying for required certification documents from government agencies. What's worse is there are people who did not proceed with the marriage registration and those who did not have visas due to the issue of certification documents from Thailand which means affecting the inconvenience of living in Korea and negative image of the Thai certification document issuance system. Therefore, there should be appropriate measures to improve the system to facilitate the citizen in the future.

1
권호별 보기

내가 찾은 최근 검색어

최근 열람 자료

맞춤 논문

보관함

내 보관함
공유한 보관함

1:1문의

닫기